ยินดีต้อนรับ

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสโมสร

1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน

2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา

ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ

3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น

4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน



วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รู้จักอเล็กซิส ซานเชซ .. ว่าที่แข้งใหม่บาร์ซ่า ทำมัยอยากได้กันจัง


ชั่วโมงนี้นักเตะที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น อเล็กซิส ซานเชซ ที่ตกเป็นข่าวกับยักษ์ใหญ่หลายสโมสร รวมถึงบาร์เซโลน่าที่คาดว่าจะคว้าตัวไปร่วมทีมได้ในเร็ววันนี้ด้วย

แม้จะเล่นให้กับทีมระดับกลางๆ อย่าง อูดิเนเซ่ แต่ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมาของเขาก็ทำให้ชื่อของ ซานเชซ เป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่วยุโรป

"เราได้ยินเกี่ยวกับอเล็กซิส มาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่น" ฟาบริซิโอ ลารินี่ ผู้อำนวยการด้านกีฬ่าของอูดิเนเซ่ กล่าว "เราได้รับเทปการแข่งขันจากลีกต่างๆ ทั่วโลกและเขาก็โดดเด่นกว่าใครเพื่อน เราได้ส่งแมวมองสองคนไปดูฝีเท้าเขาให้เห็นกับตา และพวกเขาก็ยืนยันในสิ่งที่เราได้ยินมา คุณสามารถเห็นอะไรบางอย่างที่บ่งชี้ได้ว่าเขาจะสามารถเป็นนักเตะที่ดีได้มากแค่ไหน เรารู้ได้ทันที"

ซานเชซ เป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะกระชากลากเลื้อยในตำแหน่งปีกขวาได้ดีแล้ว เมื่อโค้ชปรับแท็กติกให้ยืนเป็นศูนย์หน้า ดาวเตะชาวชิลีรายนี้ก็ทำได้น่าประทับใจไม่แพ้กัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่ อูดิเนเซ่ คว้าสิทธิไปเล่นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้ ต้องให้เครดิตแข้งวัย 22 ปีรายนี้เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยทำแอสซิสต์ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว การประสานงานในแดนหน้าร่วมกับ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ก็ยังทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นคู่กองหน้าที่มีประสิทธิภาพที่สุดในเซเรีย อา ฤดูกาลที่ผ่านมา หลังซัดรวมกันไป 35 ประตู

ผลงานที่ยอดเยี่ยมดังกล่าวของ ซานเชซ ทำให้ทีมดังของยุโรปทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อินเตอร์, ยูเวนตุส และ บาร์ซ่า ต่างหมายตาที่จะคว้าตัวมาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้

เคลาดิโอ บอร์กี้ โค้ชทีมชาติชิลี เชื่อว่าแม้จะมีรูปร่างเล็ก (สูงเพียง 168 ซม.) แต่เรื่องความคล่องตัวและเทคนิคในเชิงลูกหนังแล้ว ชานเชซ ไม่เป็นสองรองใคร เผลอๆ ในอนาคตอาจจะดีกว่าลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะเบอร์ 1 ของโลกในเวลานี้ด้วยซ้ำไป


ซานเชซ เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังของเขากับทีมโคเบรลัว ในลีกบ้านเกิด หลังจากที่ได้รับโอกาสจาก เนลสัน อคอสต้า กุนซือของทีมในเวลานั้น ให้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในวัยแค่ 16 ปี

"ครั้งแรกที่ผมเห็นเขา ผมพูดเลยว่าเด็กคนนี้ไม่มีลิมิต เขามีทุกอย่าง ปกติแล้วนักเตะอายุน้อยจะมีบางอย่างที่ขาดไป ไม่ว่าจะเป็นทักษะ หรือวิสัยทัศน์ หรือความสามารถในการเอาชนะคู่แข่ง แต่นั่นไม่ใช่อเล็กซิส ซึ่งมันเป็นอะไรที่หาได้ยากมาก"

นอกจากนั้น โรเบร์โต้ สปิคโต้ อดีตโค้ชทีมเยาวชนโคเบรลัว ซึ่งได้เห็นพรสวรรค์ในตัวของสตาร์ชาวชิลีมาตั้งแต่ช่วงทดสอบฝีเท้าในวัย 14 ปี ยังช่วยผสมโรงถึงความเก่งเกินวัยของ ซานเชซ ด้วย

"ผู้จัดการทั่วไปของพวกเขาบอกกับผมว่าเขามีนักเตะที่ยอดเยี่ยม" สปิคโต้ รำลึกความหลัง "เขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก และมันก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ดีแค่ไหน ผมพูดว่าเราต้องเซ็นสัญญากับเขาทันที"

หลังจากนั้นไม่นาน ชานเชซ ก็ถูกเรียกขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่หลังจากที่ อคอสต้า ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจในการเล่นให้ทีมเยาวชน

"การฝึกซ้อมครั้งแรก (กับทีมชุดใหญ่) ของเขาสร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างมาก" อคอสต้า กล่าว "เขาอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น ตอนที่เราให้เขาออกสตาร์ทเป็นครั้งแรก"

"เขาทำได้ดีในการซ้อมและเขาก็ได้ลงสนามเป็นครั้งแรกในฐานะตัวสำรองในเกมที่พบกับเดปอร์เตส เตมูโก้" ไฆเม่ คอร์เตส นักข่าวของหนังสือพิมพ์เอล เมอร์คูริโอ เด คาลาม่า ซึ่งเป็นคนตั้งสมญานามให้กับซานเชซ ว่า 'El Nino Maravilla’ (เจ้าหนูมหัศจรรย์)

"มันเป็นเกมที่ไม่ง่ายเลย และซานเชซ ก็เป็นคนเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูชัย เขาได้รับการสแตนดิ้ง โอเวชั่น และนั่นก็เป็นตอนที่ผมคิดฉายาให้กับเขา เขาลงสนามและสร้างความตกตะลึงด้วยลูกเล่นของเขา ซึ่งเป็นเหมือนกับตอนที่เขาฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน โคเบรลัว ค้นพบเพชรจริงๆ เขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่งซึ่งอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น รูปร่างก็เป็นเด็ก ความคิดก็ยังเด็ก เพราะฉะนั้น เขาจึงกลายมาเป็น "El Nino Maravilla.”

หลังจากที่กลายเป็นที่รู้จักในชิลีแล้ว ชานเชซ ก็โด่งดังมากขึ้นเมื่อเขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในศึกโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส (ชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ป และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการสแตนดิ้ง โอเวชั่นอีกครั้ง


"เขาสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้อย่างมาก นั่นเป็นสิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับเขา เขาทำให้คู่แข่งต้องเจ็บปวด" อกอสต้า กล่าวสรรเสริญอดีตลูกทีมคนเก่ง

หลังจากนั้น เทปการเล่นหลายๆ นัดของ ซานเชซ ก็ถูกวิเคราะห์และชื่นชมจากสตาฟฟ์ของอูดิเนเซ่ ที่ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ ทั้งที่เจ้าตัวลงสนามในทีมชุดใหญ่ให้กับโคเบรลัวได้ไม่ถึงครึ่งปี


กระนั้นก็ตาม อูดิเนเซ่ ตัดสินใจที่จะยังไม่นำ ซานเชซ มาเล่นในอิตาลีทันทีเนื่องจากเกรงว่าเด็กหนุ่มวัย 16 ปีจะมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวและคิดถึงบ้าน

ด้วยเหตุนี้ ชานเชซ จึงได้ถูกส่งไปให้กับโคโล-โคโล่ ทีมในลีกชิลียืมตัวไปใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ตามด้วย ริเวอร์เพลท ทีมยักษ์ใหญ่ของอาร์เจนติน่า ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะนั่นทำให้ ชานเชซ ได้สั่งสมประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่และเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพิ่มเติมก่อนที่จะย้ายมาเล่นในเซเรีย อา ช่วงซัมเมอร์ปี 2008

ชานเชซ ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องให้กับอูดิเนเซ่ ก่อนที่จะมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฤดูกาลที่ผ่านมา ที่ซึ่งเขาทำได้ 12 ประตูในลีก และช่วยให้สโมสรเข้าป้ายในอันดับ 4 และได้ตั๋วไปเล่นในรอบคัดเลือกของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2011-12 ได้แบบเกินความคาดหมาย


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อูดิเนเซ่ ต้องการที่จะเก็บเพชรเม็ดงามรายนี้ไว้กับสโมสรต่อไป แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะต้านทานข้อเสนอมูลค่า 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,600 ล้านบาท) ของบาร์ซ่าได้ และหากไม่มีความคลาสสิคใดๆ เกิดขึ้น คาดว่า อเล็กซิส ซานเชซ จะกลายเป็นนักเตะใหม่ในถิ่นคัมป์ นู ภายในสัปดาห์นี้
http://football.impaqmsn.com/content.aspx?id=69050&ch=262&ch=scoop

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น