ยินดีต้อนรับ

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสโมสร

1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน

2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา

ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ

3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น

4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน



วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ที่สุดแห่งแชมป์! ซิตี้ยิงสองลูกทดเจ็บแซงชนะคิวพีอาร์ 3-2

© Reuters สุดดราม่า! แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ไปครองแบบลุ้นตัวโก่งถึงนาทีสุดท้าย เมื่อโดนควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ที่เหลือ 10 ตัวแซงนำ 2-1 แต่มายิงทีเดียว 2 เม็ดในช่วงทดเจ็บ พลิกชนะคิวพีอาร์ไปเหลือเชื่อ 3-2 ซิวโทรฟี่แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมคู่แค้นร่วมเมืองจะชนะซันเดอร์แลนด์ 1-0 และมีแต้มเท่าเรือใบแต่ก็ได้แค่รองแชมป์เพราะผลต่างประตูได้เสีย ซิตี้ดีกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม แมนฯ ซิตี้ ที่ต้องการชัยชนะเพื่อเป็นแชมป์ รับการมาเยือนของ ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ที่ดิ้นรนหนีตกชั้น เปิดฉากครึ่งแรกมา ซิตี้เป็นฝ่ายเดินหน้าบุก นาทีที่ 6 ก็ทักทายน่ากลัว เมื่อเซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ วิ่งไปเก็บบอลจากเส้นหลังก่อนโยนเข้ากลางให้คาร์ลอส เตเวซ ยิงไม่เต็มเท้า บอลปลิ้นเข้าทางยาย่า ตูเร่ ซ้ำแต่ไม่เข้ากรอบ ควีนส์ปาร์คโต้กลับบ้าง นาทีที่ 23 ซิสเซ่ซัดฟรีคิกหน้าเขตโทษ บอลทะลุกำแพงไปแล้ว แต่ไม่ผ่านมือโจ ฮาร์ท นาทีที่ 39 แมนฯ ซิตี้ ก็คลายความกดดัน ออกนำ 1-0 เมื่อยาย่า ตูเร่ ดีดบอลให้ปาโบล ซาบาเลต้า วิ่งสอดมาซัดตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้จบ 45 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ออกนำ 1-0 ผ่านมาถึงนาทีที่ 44 ซิตี้ต้องส่งไนเจล เด ยองก์ ลงมาแทนยาย่า ตูเร่ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ตบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้นำคิวพีอาร์ 1-0 ครึ่งหลังเล่นได้แค่ 3 นาที แฟนบอลเรือใบสีฟ้าเงียบกริบ เมื่อคิวพีอาร์สาดบอลโด่งขึ้นมาโจลีออน เลสค็อตต์ กระโดดโหม่งไม่ดี บอลย้อนกลับเข้าแดนตัวเองทำให้ซิสเซ่ฉกไปยิงในเขตโทษไม่มีพลาด ทำให้เสมอกัน 1-1 นาทีที่ 55 คิวพีอาร์เหลือ 10 คน เมื่อโจอี้ บาร์ตันไปเล่นนอกเกมศอกใส่เตเวซจนทรุดหน้าเขตโทษ จากนั้นเกิดจังหวะชุลมุน บาร์ตันยังตามไประเบิดอารมณ์ตีศอกกระแทกก้นกบของอเกวโร่ที่เข้าไปโวยวายจนล้มฟุบ และเฮ้ดบัตต์ใส่ก็องปานี ก่อนเพื่อนร่วมทีมคิวพีอาร์จะรีบเอาตัวออกไป ซิตี้ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นดาหน้าบุก และพลาดท่ารุกเพลินจนโดนคิวพีอาร์โต้กลับเล่นงานในนาทีที่ 65 เมื่อาร์กม็องต์ ตราโอเร่ที่เพิ่งลงสนาม พาบอลขึ้นมาทางกราบซ้ายก่อนเปิดให้แม็กกีวิ่งเข้าโขกกดลงพื้นผ่านมือฮาร์ทเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ทีมเยือนพลิกนำ 2-1 ถ้าจบด้วยสกอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ดจะคว้าแชมป์ทันที หลังจากโดนยิงนำ แข้งซิตี้สุดช็อก ยิ่งเล่นยิ่งลน แต่ก็ยังเป็นฝ่ายบุกกดดันหนัก นาทีที่ 73 เตเวซได้โหม่งเหน่งๆ แต่ก็โดน แพ็ดดี้ เคนนี่ นายด่านทีมเยือนที่เหนียวสุดๆ ในเกมนี้ปัดออกไปได้ แม้ซาบาเลต้าจะเข้าซ้ำก็ออกหลังไป นาทีที่ 79 อเกวโร่เปิดเข้ากลางให้เซโก้ยิง แต่โดนเคนนี่กดดันเลยซัดหลุดกรอบออกไป เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของซิตี้ ขณะที่ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ดชนะซันเดอร์แลนด์ไปแล้ว 1-0 และกำลังจะรอฉลองแชมป์ ทว่าในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 92 ของการทดเวลาทั้งหมดห้านาที แมนฯ ซิตี้ก็ได้ลูกเตะมุมด้านขวาและเป็น เชโก้ที่ได้โขกจ่อๆ ไม่เหลือ ทำให้ซิตี้ตามตีเสมอ 2-2 แต่ก็ยังไม่พอต่อการเป็นแชมป์ กระทั่งนาทีที่ 94 สนามเอติฮัด สเตเดี้ยมแทบแตก เมื่ออเกวโร่ทำชิ่งกับบาโลเตลลี่ ก่อนที่ดาวยิงอาร์เจนไตน์จะหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษตุงตาข่าย ทำให้ซิตี้พลิกนำ 3-2 จบเกมแมนเชสเตอร์จึงชนะไป 3-2 พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นหนแรกในรอบ 44 ปีโดยถือเป็นสมัยที่ 3 ต่อจากฤดูกาล 1936-37, 1967-68 แต่หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกก็ถือเป็นสมัยแรก ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดค้างเติ่ง ชวดแชมป์อย่างน่าเสียดายท่ามกลางแฟนๆ ที่ร้องไห้ผิดหวังอย่างสุดๆ ขณะที่คิวพีอาร์รอดตกชั้นแม้จะปราชัยเนื่องจากโบลตันทำได้แค่บุกไปเสมอกับสโต๊ค 2-2 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, กาแอล กลิชี่, ซามีร์ นาสรี่, ยาย่า ตูเร่ (ไนเจล เด ยองก์ น.44), แกเร็ธ แบร์รี่ (เอดิน เชโก้ น.69), ดาบิด ซิลบา, คาร์ลอส เตเวซ (มาริโอ บาโลเตลลี่ น.75), เซร์คิโอ อเกวโร่ ควีนส์พาร์ค : แพทริค เคนนี่, เนดุม โอนูโอฮา, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, คลิ้นต์ ฮิลล์, ไต ไตโว, ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์, โจอี้ บาร์ตัน, ฌอน เดอร์รี่, เจมี่ แม็คกี, ฌิบริล ซิสเซ่ (อาร์กม็องต์ ตราโอเร่ น.59), บ๊อบบี้ ซาโมร่า (เจย์ โบธรอยด์ น.76) http://football.impaqmsn.com/content.aspx?id=79478&ch=253

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น