ยินดีต้อนรับ
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสโมสร
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
เหมือนได้แชมป์!หงส์จัดหนักต้อนเชลซีบี 4-1
"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลเล่นส่งท้ายรังแอนฟิลด์วิ่งลืมตายไล่ต้อนเชลซีที่พักตัวจริง 8 ตัวเละเทะ 4-1 แถมจอร์แดน เฮนเดอร์สันและจอนโจ้ เชลวีย์องค์ลงมีชื่อทำประตูส่งผลทำให้ลูกทีมโรแบร์โต้ มัตเตโอหลุดท็อปโฟว์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
พรีเมียร์ ลีก
วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2555
สนาม : แอนฟิลด์
ลิเวอร์พูล 4 : 1 เชลซี
ประตู : 1-0 เอสเซียง(O.G.) น.19, 2-0 เฮนเดอร์สัน น.25, 3-0 แอกเกอร์ น.28, 3-1 รามิเรส น.50, 4-1 เชลวี่ย์ น.61
คลิปไฮไลท์ พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-1 เชลซี
ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของเชลซี ที่ดูจะเป็นบิ๊กแมตช์ที่ไม่ได้ฮือฮาสักเท่าไหร่ เนื่องจากทั้งสองทีมค่อนข้างจะลุ้นยากแล้ว "หงส์แดง" อยู่ในอันดับ 9 ส่วนเชลซีแม้จะมีลุ้นอยู่บ้างกับการทำอันดับไปแชมป์เปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ต้องแช่งกันเหนื่อย บวกกับต้องชนะในเกมนี้ก่อนด้วย
วันนี้ลิเวอร์พูลส่งทั้งเชลวี่ย์, มักซี่รวมอยู่ด้วย แต่ก็ยังมีตัวทีเด็ดอย่างซัวเรซและแคร์โรลล์ที่ช่วงหลังดีวันดีคืน
เชลซีเลือกส่งตอร์เรสลงเป็นหัวหอกเดี่ยวในเกมนี้ โดยหวังว่าแข้งสแปนิชจะทำประตูต้นสังกัดเก่าที่เขาเคยสร้างชื่อเป็นครั้งแรกบนเกาะอังกฤษได้ ในขณะที่ตำแหน่งอื่นๆสลับสับเปลี่ยนกันไป โดยเฉพาะเทิร์นบูลล์ที่ได้ลงเล่นแทนเช็ก
ครึ่งแรก
เกมยังเปาะแปะใส่กัน
ผ่านช่วง 10 นาทีแรก ด้วยการที่เป็นทีมชุดผสมด้วยกันทั้งคู่ ทำให้จังหวะต่อบอลกันของทั้งสองทีมไม่ค่อยเนียนตาเท่าไหร่ ถึงตอนนี้ดูลิเวอร์พูลจะทำได้ดีกว่าอยู่หน่อยๆ ติดที่ยังไม่ค่อยมีโอกาสยิงให้เห็น
แม่นเสาเกิน!อีวาฯโหม่งโล่งแต่ไม่เข้า
นาทีที่ 17 น่าจะหายแล้วแท้ๆสำหรับโอกาสของอีวาโนวิชในจังหวะเตะมุม เมื่อบอลโยนเข้าไปแทบจะกลางเขตโทษเป๊ะๆ ผู้เล่นของทั้งสองฝ่ายล้มกันระเนระนาด เลยทำให้บอลเข้าทางอีวาโนวิชที่ลอยตัวโขกคนเดียวโล่งโจ่ง แต่แม่นไปหน่อย บอลพุ่งอัดเสาเต็มๆ ก่อนจะโดนสกัดออกไปได้
เอสเซียงยิงตัวเอง!หม่อมเหยินลากจนทีมได้ดี
อีก 2 นาทีต่อมา ต้องชมความแข็งแกร่งและเทคนิคของซัวเรซเลยในจังหวะนี้ เมื่อเขาได้บอลทางริมเส้นก่อนที่จะกระชากลากหนีกองหลังของเชลซี แม้ว่าจะโดนเตะสกัด ก็ยังแตะลอดดากอีกคนไปจนถึงสุดเส้นหลัง ก่อนที่จะจ่ายตัดเข้าเสาแรกผ่านมือเทิร์นบูลล์ไปแล้ว เอสเซียงพยายามเข้าสกัด แต่บอลมันจวนตัว เลยกลายเป็นเตะเข้าประตูตัวเองไปซะอย่างนั้น เชลซีนำแล้ว 1-0
เจทีถึงกับเงิบ!แครอทโชว์แตะลอดดาก
นาทีที่ 22 ทำเอากัปตันทีมจอมแกร่งของเชลซีถึงกับเงิบไปเลย ในจังหวะที่ลิเวอร์พูลกำลังจะทำเกมสวนกลับ แคร์โรลล์ได้บอลมาจากเพื่อน แตะก่อนหนึ่งจังหวะ ก่อนที่จะพลิกตัวแล้วจิ้มลอดดากเทอร์รี่ที่พยายามจะเข้ามาแท็คเกิ้ลเร็ว จนทำเสียฟาวล์และต้องโดนใบเหลืองไป
เทอร์รี่ไหวไหม!?ลื่นเป็นพิษ-เฮนโด้หลุดยิงแจ่ม
อีก 3 นาทีต่อมา ลองกัปตันของทีมมาพลาดแบบนี้ล่ะเสียขวัญกันหมดแน่สำหรับเชลซี เมื่อลิเวอร์พูลทำเกมบุกแล้วจ่ายบอลขึ้นหน้า เทอร์รี่พยายามที่จะขยับตัวไปดักจังหวะเพื่อสกัด แต่ขาหลักดันลื่น เลยทำให้บอลหลุดถึงเฮนเดอร์สันที่พาขึ้นไปเดี่ยวกับเทิร์นบูลล์ก่อนจะบรรจงยิงผ่านมือเข้าไปเสียบเสาไกล ลิเวอร์พูลนำห่างเร็ว 2-0
เละกันเลยทีเดียว!แอกเกอร์โขกสบายใส่เม็ด 3
นาทีที่ 28 แฟนทีมเยือนคงงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่คิดว่าแนวรับของทีมจะลุ่ยได้ถึงขนาดเสีย 3 ประตูตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแรก เมื่อมาพลาดในจังหวะลูกตั้งเตะ เทิร์นบูลล์พยายามจะออกไปตัด แต่ไม่ถึงบอล เลยโดนโหม่งตั้งเข้ากลาง แอกเกอร์แค่ตั้งหัวให้ตรงส่งบอลผ่านบล็อกเข้าไป "หงส์แดง" ถล่ม 3-0
เต็มคาน!ตอร์เรสเกือบยิงทีมเก่า
นาทีที่ 35 หลังลิเวอร์พูลได้โอกาสลุ้นจากแคร์โรลล์ที่หลุดเข้าไปยิงติดเซฟจากความผิดพลาดของเทอร์รี่ที่โหม่งไม่ดี เชลซีก็เกือบจะตีไข่แตกได้ เมื่อตอร์เรสแตะบอลหนีเข้าไปในเขตโทษ แม้ว่ามุมจะแคบ แต่พี่แกก็ซัดซะสวย บอลพุ่งเหินทั้งเร็วทั้งแรง ผ่านบล็อกและเรน่าที่ไม่ทันจะยกแขนเซฟ แต่ก็ไปชนคานเข้าจังเบอร์ แถมยังเป็นเหลี่ยมนอก เลยเด้งออกมาซะ
เอาบ้างเว้ย!ดาวนิ่งยิงใบไม้ร่วงอัดคาน
นาทีที่ 42 ขอเอาบ้างสำหรับดาวนิ่งที่รับบอลต่อมาจากซัวเรซ แล้วไม่ต้องแต่งให้เสียเวลา จัดการซัดเต็มหลังเท้าซ้าย บอลเข้าข้อได้ใจ บอลโค้งสูงหนีมือเทิร์นบูลล์ ก่อนจะไปฮุคปล่อยย้อยลงหากรอบประตู แต่ติดตรงที่ดันไปชนคานซะได้
ช่วงทดเวลา ลิเวอร์พูลน่าจะถล่มแหลกไป 4-0 แล้ว เพราะได้จุดโทษจากจังหวะที่อีวาโนวิชไปเจตนากระแทกใส่แคร์โรลล์จนล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่กลายเป็นว่าลูกยิงของดาวนิ่งที่หลอกทางเทิร์นบูลล์ได้แล้วกลับไปชนเสาซะอย่างนั้น แต่ถึงอย่างนั้น จบครึ่งแรกเจ้าบ้านก็นำอยู่แบบถล่มทลาย 3-0
ครึ่งหลัง
เอาล่ะ!สิงห์ได้คืนเร็วเลย
เริ่มต้นครึ่งหลังมาได้แค่ 5 นาที เชลซีก็ได้ประตูกลับคืนมาอย่างรวดเร็วเลย เมื่อเล่นลูกฟรีคิกนอกกรอบ บอลโยนไปเสาแรก รามิเรสใช้ความคล่องโฉบเข้าไปสะกิดบอล แม้ว่าจะโดนตัวของเรน่า แต่ก็แฉลบเข้าประตูไป เชลซีตีไข่แตกตามมาเป็น 3-1
สิงห์ดีขึ้นมาบ้าง
เข้าสู่หนึ่งชั่วโมงเต็มของเกม ดูแล้วเกมของเชลซีก็ขยับดีขึ้นกว่าในช่วงกลางถึงท้ายของครึ่งแรกบ้าง เพราะพวกเขาไม่ได้ยืนกันหลวมและจังหวะสวนกลับก็ทำได้น้ำได้เนื้อกว่าเดิม
ส้มอร่อย!เขลวี่ย์เก็บตกยิงไม่พลาด
นาทีที่ 61 เพิ่งจะชมว่าเกมดีขึ้นไปหมาดๆ เชลซีก็มาเสียประตูที่ 4 จนได้ เมื่อเทิร์นบูลล์ไปจ่ายบอลให้เพื่อนเล่นยาก เลยต้องแตะกลับมาที่เขาใหม่ คราวนี้โดนบีบกว่าเดิม เลยเตะหวดออกมาไม่ดี เข้าทางของเชลวี่ย์ที่แม้ว่าระยะจะไกล แต่เขาก็จัดการยิงเต็มข้อ บอลพุ่งเข้าไปเสียบตาข่ายสวยใช้ได้เลยทีเดียว ลิเวอร์พูลถล่ม 4-1 เละมาก
สิงห์ถอดสเตอร์ริดจ์ให้ลูกากูลง
นาทีที่ 68 เห็นเงียบไปนานสองนานเลยถอดออกดีกว่า สำหรับเชลซีที่เปลี่ยนเอาลูกากูอีกหนึ่งดาวรุ่งฝีเท้าดีลงไปเล่นแทนสเตอร์ริดจ์ในแดนหน้า ต้องดูว่าเกมของพวกเขาจะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ อย่างน้อยๆก็ควรจะเก็บบอลในแดนหน้าให้ได้มากขึ้น
เซฟโคตรเยี่ยม!ลูกากูโหม่งเผาขนติดเรน่า
นาทีที่ 73 เป็นปฏิกริยาที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเรน่า ในจังหวะที่รามิเรสพุ่งยึกยักใส่กองหลังลิเวอร์พูล ก่อนจะตอกส้นกลับไปให้เพื่อนตักบอลเข้ากลาง ลูกากูยืนว่างซะยิ่งกว่าอะไร โหม่งเน้นๆ แต่เหมือนจะสะบัดไม่พอ บอลไม่หนีตัวเรน่ามาก แต่ก็ต้องชมนายด่านหัวเหม่งที่ยกมือที่ไว ปัดบอลเอาไว้ได้ทัน
เกมเริ่มจะเนือยแล้ว
หลังจากเริ่มกันมาตลอด 80 นาที ตอนนี้ทั้งสองทีมเหมือนจะเล่นแบบไม่ได้ไม่เสียกันสักเท่าไหร่ เชลซีเองก็ไม่ได้เร่งเครื่องจะเอาคืนมาก เพราะสกอร์ขาดเกินไป ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็คงจะพอใจกับผลที่เป็นอยู่ในตอนนี้
นัดอำลา!?หงส์ส่งพี่ครกลง
นาทีที่ 84 ไม่รู้ว่าจะเป็นการเล่นในบ้านตัวเองต่อหน้าแฟนบอลครั้งสุดท้ายหรือไม่สำหรับเค้าท์ เมื่อเขาถูกส่งลงสนามแทนมักซี่ พร้อมเสียงปรบมือกึกก้อง ดูแล้วมีแววเหมือน
จบ 90 นาทีเป็นลิเวอร์พูลที่มาร้อนแรงเอาในเกมนัดรองสุดท้ายของพรีเมียร์ ลีก ถล่มเอาชนะเชลซีไปได้ถึง 4-1 ทำเอาแฟนๆยิ้มหน้าบ้านกันไปเลย
จากผลในเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 8 ของตารางพอให้แฟนบอลได้ใจชื้นอยู่บ้าง แม้ว่าจะเพิ่งจะมาชนะในบ้านตัวเองเป็นนัดที่ 6 ก็ตาม
ด้านเชลซีหลุดจากอันดับที่ 4 หมดสิทธิ์คิดเรื่องการทำตำแหน่งไปเล่นแชมป์เปี้ยนส์ ลีกแล้ว แต่ก็ได้ที่ 6 แล้วแน่ๆ ที่เหลือก็ไปลุ้นเอาในนัดชิงกับบาเยิร์น มิวนิคเท่านั้น
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล : เปเป้ เรน่า 5, มาร์ติน สเคอร์เทล 6, เจมี่ คาร์ราเกอร์ 6, ดาเนียล แอกเกอร์ 6.5, เกล็น จอห์นสัน 7, จอนโจ้ เชลวี่ย์ 7.5, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7, มักซี่ โรดริเกซ 7 (เค้าท์ น.84, N/A), สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง(สเตอร์ริ่ง น.84N/A), แอนดรูว์ แคร์โรลล์ 8*, หลุยส์ ซัวเรซ 8
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : เคร็ก เบลลามี่, โดนี่, เจย์ สเปียริ่ง, มาร์ติน เคลลี่, เซบาสเตียน โคอาเตส
เชลซี : รอส เทิร์นบูลล์ 4, จอห์น เทอร์รี่ 4, บรานิสลาฟ อีวาโนวิช 4.5, ไรอัน เบอร์ทรานด์ 5, เปาโล แฟร์เรร่า 5, โอริออล โรเมอู 5, ฟลอร็องต์ มาลูด้า 5, มิคาเอล เอสเซียง (O.G.) 4.5, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ 5 (ลูกากู น.68, 5.5), เฟร์นานโด ตอร์เรส 5, รามิเรส 6.5
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง : แอชลี่ย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เอ็นริเก้ ฮิลาร์ริโอ้, ซาโลมอง กาลู, แซม ฮัทชินสัน, ฆวน มาต้า
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=596742&sid=68b21b1a284070797dc041b3cd6e3a1e
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น