ยินดีต้อนรับ
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสโมสร
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ประวัติศาสตร์!สิงห์ดวลเป้าเหนือพี่เสือคว้าแชมป์ CL สุดอลัง
กลายเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ของเชลซีไปในที่สุด เมื่อพวกเขาทำความฝันสำเร็จสามารถคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรก หลังลุ้นกันบาเยิร์น มิวนิคจนถึงหยดสุดท้าย ก่อนจะดวลเป้าเอาชนะไป 4-3 ซูฮกดิมัตเตโอกันไปเลย
ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2555
สนาม : อารีอันซ์ อารีน่า
บาเยิร์น มิวนิค 1 : 1 เชลซี
(เชลซีเอาชนะไปด้วยการดวลจุดโทษ 4-3)
ประตู : 1-0 มุลเลอร์ น.83, 1-1 ดร็อกบา น.88
ที่สุดแห่งนัดสำคัญประจำเวทียุโรปได้อุบัติขึ้น เมื่อบาเยิร์น มิวนิคและเชลซีต้องลงชิงชัยกันในรองชิงชนะเลิศ แชมป์เปี้ยนส์ ลีกซึ่งมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพัน
บาเยิร์นออกจะได้เปรียบแบบนิดหน่อย เนื่องจากนัดชิงในปีนี้เตะกันที่สนามเหย้าของพวกเขาในมิวนิค แต่อาจจะกลายเป็นความกดดันได้เหมือนกัน ถ้าหากพลาดพลั้งขึ้นมา
วันนี้พวกเขาวางตัวทีเด็กอย่างร็อบเบนและริเบรี่ลงทำเกมป่วนแนวรับของเชลซีแบบเต็มสูบ ตรงกลางมีชไวน์สไตเกอร์และโครสคอยประสานงาน ในขณะที่แดนหน้ามีโกเมซหัวหอกฟอร์มฮอต รวมทั้งมุลเลอร์ที่ถ้าหากว่าทีมจากแดนอังกฤษพลาดขึ้นมาอาจน้ำตาตกได้เลย
ด้านเชลซีเลือกที่จะให้ดร็อกบาซึ่งเหมาะจะเอาไว้เล่นลูกกลางอากาศและเข้าปะทะใส่กองหลังของ "เสือใต้" ลงสนาม โดยมีมาต้าเป็นคนปั้นเกมให้เหมือนอย่างที่เราเคยเห็นมาตลอดฤดูกาล
น่าเสียดายสำหรับ "สิงห์ไฮโซ" อยู่เหมือนกันที่เกมนี้พวกเขาไม่มีทั้งรามิเรส, เมเรเลส, อีวาโนวิชและที่สำคัญคือเทอร์รี่ที่เป็นหัวใจในแนวรับในเกมนี้ เพราะติดโทษแบนกันไปหมด
ครึ่งแรก
ง่ายไปหน่อย!ชไวนี่รับใบเหลืองไวโคตร
เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เล่นยากแล้วสำหรับชไวน์สไตเกอร์ เพราะเขาดันไปทำให้ตัวเองโดนใบเหลืองในจังหวะที่พยายามจะกันลูกสวนกลับของเชลซี เลยไปทำแฮนด์บอลแบบเจตนา ผู้ตัดสินไม่มีปราณีควักใบเหลืองเอาไปชิมเบาๆ
เกมเร็วเว่อร์เลยคู่นี้
ผ่านช่วง 10 กว่านาทีแรกไป เกมถือว่าเร็วน่าดูสำหรับทั้งสองทีม เพราะไม่มีการกั๊กจังหวะกันเลยแม้แต่น้อย บอลตกอยู่ที่ฝ่ายไหนก็พยายามเดินเกมรุกใส่อีกฝั่งทันที เพียงแต่อะๆรมันยังไม่เข้าที่เท่าไหร่ โอกาสยิงเลยไม่มีให้เห็น
พี่เสือยิ่งเล่นยิ่งชัดเจนกว่า
เกมตอนนี้ยิ่งผ่านไปเรื่อยๆ ทางบาเยิร์นก็ดูจะเข้าที่เข้าทางปรับจูนเกมได้มากกว่าเชลซี กลายเป็นฝ่ายครองบอลได้เยอะและมีโอกาสขึงใส่อย่างต่อเนื่อง จนเกมรับของ "สิงห์ไฮโซ" เกือบรวน โบซิงวาเตะแป้กไป ดีที่บอลปลิ้นออกหลังไม่ไปเข้าทางของแข้ง "เสือใต้" เขา
หวิดสุดๆ!หัวไข่หลุดยิงติดเซฟเสียว
นาทีที่ 21 เกือบจะทำประตูทีมเก่าได้อยู่แล้วเชียวสำหรับร็อบเบน ในจังหวะที่เขาแตะบอลเหมือนจะเล่นชิ่งกับเพื่อน แต่มีการปล่อยทะลุผ่าน เจ้าตัวเลยหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ พร้อมทำหน้าซีเรียสซัดด้วยเท้าซ็ายหมายให้เข้าเบียดเสาเข้าประตูไป แต่บอลไปติดเท้าของเช็กที่แม้ตัวจะขยับไม่ทัน แต่ขาหลักยังบล็อกเอาไว้ได้ บอลปลิ้นไปชนสามเหลี่ยมเด้งออกมา ก่อนที่จะมีการชุลมุนเคลียร์ทิ้งไปก่อน ดูแล้วเสียวแทนสุดๆ
พี่เสือยังดูดีกว่าเหมือนเดิม
ผ่านเกมช่วงครึ่งชั่วโมงแรกไป ยังเป็นบาเยิร์นที่ได้ครองบอลและมีจังหวะบุกที่มากครั้งกว่าเชลซีอยู่ โดยตัวแทนจากอังกฤษจะหนักไปทางใช้เกมสวนกลับมากกว่า แต่ถึงรวมๆแล้สถือว่าเป็นเกมที่สูสีมากจริงๆ
หน้าบากง่ายไปหน่อย
นาทีที่ 34 จังหวะนี้เล่นง่ายไปหน่อยสำหรับริเบรี่ เพราะบาเยิร์นอุตส่าห์ต่อบอลสวยๆกันมาตั้งแต่แดนกลาง พอบอลมาถึงเขาก็จัดการลากตัดเข้าในให้บอลติดเท้าขวาตามสเต็ป แม้ว่าจังหวะจะไม่ค่อยให้ แต่เจ้าตัวกลับฝืนยิงซะงั้น บอลเลยพุ่งหลุดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไร
เสียวนะเนี่ย!มุลเลอร์วิ่งมาบวกหลุดกรอบ
อีก 2 นาทีต่อมา กองหลังเชลซีเกือบไปเลยสำหรับลูกนี้ เพราะปล่อยให้บาเยิร์นเปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปหน้าประตูได้ ก่อนที่โกเมซจะวิ่งเข้ามาบวกโล่งๆคนเดียว แต่เหมือนโดนไม่ดี บอลเลยหลุดออกหลังไป จังหวะนี้ถ้าเข้ากรอบ เช็กคงยากจะรับได้แน่
โอกาสแรกมาแล้ว!กาลูยิงโดนเซฟเสาแรก
นาทีที่ 38 ถึงจะนานไปหน่อย แต่ยังดีกว่าไม่มาสำหรับโอกาสแรกของเชลซี ในจังหวะที่หลังบาเยิร์นแอบหลวม ปล่อยให้ "สิงห์ไฮโซ" ถ่ายบอลออกขวาไปทางกาลูที่วิ่งเติมแบบโล่งๆขึ้นมาซัดทันทีไปที่เสาแรก แต่นอยเออร์ที่นานๆทีจะเห็นหน้าในเกมนี้ก็กันเอาไว้ได้เหนียวแน่นไม่มีพลาด
พลาดได้ไง!โกเมซยิงซะนกร่วง
นาทีที่ 43 เสียดายกันแทบทั้งสนามเลย สำหรับจังหวะนี้ของโกเมซ เมื่อบาเยิร์นทำชิ่งกันได้สวย แม้ว่ามุลเลอร์จะโดนกองหลังเชลซีแท็คจนร่วงไปในจังหวะพยายามจะแทรกเข้าเขตโทษ แต่บอลหลุดไปถึงโกเมซที่ปล่อยจังหวะหลอกเคฮิลล์ซะหลง บอลเข้าทางซ้ายตั้งป้อมยิงเต็มๆ แต่เหมือนช้อนใต้ลูกเกิน เลยหลุดโด่งไปไกลถึงไหนต่อไหน
จบ 45 นาทีแรกลงไปแบบลุ้นน่าดู เพราะแม้ว่าบาเยิร์นจะบุกได้มากกว่า แต่ดูกระแสของเกมถือว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก เพราะเชลซียังคงเล่นเกมรับกันได้อย่างมีวินัย เกมรุกก็พร้อมสวนอยู่ตลอด ทำให้ช่วง 45 นาทีที่เหลือคงจุใจแฟนบอลที่จับจ้องกันทั่วทั้งโลกอยู่อย่างเป็นแน่แท้
ครึ่งหลัง
แค่เฮเก้อ!หน้าบากยิงเข้าแต่ล้ำ
นาทีที่ 54 เก้อกันถ้วนหน้าเลยสำหรับแฟนบาเยิร์น เพราะลูกยิงของริเบรี่ที่ไปเก็บตกจากการสกัดไม่ขาดของโคลซึ่งซัดผ่านเช็กเข้าประตูไปนั้นไม่ได้เป็นสกอร์ เนื่องจากไลน์แมนยกธง ซึ่งเมื่อดูจากภาพช้าแล้วก็ล้ำจริง แต่แค่ก้าวเดียวเท่านั้น
เกมยังดูยากว่ายังไง
ผ่านหนึ่งชั่วโมงเต็มของเกมไป บอกได้เลยว่ายากจะคาดเดาจริงๆสำหรับผลในวันนี้ เพราะถึงบาเยิร์นจะยังคงรักษามาตรฐานในการขึ้นเกมของพวกเขาได้เรื่อยๆ แต่พื้นที่สุดท้ายยังไม่ดีพอ ส่วนเชลซีโอกาสน้อยกว่าเยอะ แต่ไอ้แบบนี้ขอโป้งเดียวก็อาจจะปิดบัญชีได้เลยเหมือนกัน
พี่เสือยังเจาะไม่เข้า
ถือว่ายังกดดันได้ดีเรื่อยๆสำหรับบาเยิร์น แต่ปัญหาอย่างที่เห็นกันไปก่อนหน้านี้คือพวกเขายังหาช่องทางเจาะแนวนับของเชลซีที่วันนี้ยืนกันแน่นหนาไปไม่ได้เลย ถ้ายื้อไปเรื่อยๆอาจจะกดดันตัวเองได้เหมือนกัน
กันดี!โครสซัดติดบล็อก
นาทีที่ 69 เป็นอีกจังหวะที่กองหลังเชลซีแม้ว่าจะหลุดไปบ้างในตอนแรก แต่ก็มีตัวซ้อนยืนบังได้ดี ในจังหวะที่โครสได้วิ่งสอดขึ้นมายืนตั้งป้อมยิงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ก็ติดบล็อกของลูอีซที่ยืนสกัดเอาไว้ได้
คอนเทนโต้ช่วยชีวิต!
นาทีที่ 72 ความผิดพลาดของกองหลังบาเยิร์นเกือบจะมาซึ่งประตูของเชลซีเลย เมื่อกองหลังไปเข้าบอลพลาดใส่ดร็อกบา ปล่อยให้แทลงสาบโบยบินลากไปถึงสุดสเส้นหลัง ก่อนที่จะเปิดกลับเข้าไปให้เพื่อนที่เติมมาเสาสองมีโอกาสจะจ่อยิงโล่งๆ ถ้าหากว่าไม่มีคอนเทนโต้ที่วิ่งมาสกัดทิ้งไปก่อนแบบหวุดหวิดมากมาย
ทำดีแล้ว!สิงห์เปลี่ยนเทพด้าแทนดาวรุ่ง
อีก 1 นาทีต่อมา ถือว่าสู้ได้ดีแล้วสำหรับดาวรุ่งอย่างเบอร์ทรานด์ที่วันนี้ได้ขยับไปเล่นปีกซ้ายและลงเป็นเกมแรกในถ้วยยุโรป ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออกไป โดยเชลซีส่งมาลูด้าลงเล่นแทน
เช็กเซฟเยี่ยม!ร็อบเบนเปิดติดเกือบได้เฮ
นาทีที่ 76 เกือบจะกลายเป็นลูกเฮงซะแล้ว สำหรับบาเยิร์ย เมื่อเชลซีไปทำเอ๋อจ่ายอลเข้าเท้าผู้เล่นบาเยิร์น ก่อนที่บอลจะหลุดไปถึงร็อบเบนที่ลากถึงเส้นหลัง เปิดแฉลบตัวบล็อก แต่บอลไม่ออกแล้วย้อยเข้าหาประตู แต่เป็นเช็กที่กระโดดลอยตัวปัดทิ้งข้ามคานไปได้ก่อน
มีแววต่อเวลา!เกมถึงช่วงท้าย
เห็นแววต่อเวลามาแต่ไกล เมื่อเกมยังไม่มีจังหวะชี้ขาดให้เห็นและตอนนี้เวลาก็ดำเนินมาถึงช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้ว ถ้ายังเล่นกันได้แบบไม่มีผิดพลาด ยังไงแฟนๆคงได้ดูต่อเวลากันตาแฉะแน่นอน
หัวคมโคตร!มุลเลอร์โหม่งเช็ดคานเฮกันลั่น
นาทีที่ 83 ประตูที่อาจจะเป็นประตูชัยบังเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อบาเยิร์นขึงกันเต็มที่ ก่อนที่จะโยนยาวเข้าไปกรอบเขตโทษบอลเลยไปเสาสอง กองหลังของเชลซีเหมือนจะพลาดเพราะไม่มีใครตามประกบมุลเลอร์ที่เทคตัวพุ่งเข้ามาโหม่งกดลงพื้น ก่อนที่เสยหน้าเช็ก เช็ดคานเข้าประตูไป สนามแทบแตก บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0
มันยังไม่จบโว้ย!แมลงสาบถลาโขกสวยสุด
นาทีที่ 88 ได้เฮไม่นานบาเยิร์นที่แทบจะไม่ระคายอะไรก็มาพลาดลูกตั้งเตะของเชลซีในจังหวะที่ดร็อกบาแฝงกายอยู่ภายนอก ก่อนที่จะขยับวิ่งตีเข้าไปเทคตัวโหม่ง แม้ว่าระยะจะไกลพอดู แต่บอลแรงเหมือนใช้ตีนเตะ นอยเออร์ปัดได้ก็จริง แต่นั่นไม่พอ บอลปลิ้นเข้าประตูไป เชลซีตีเสมอ 1-1 จะดราม่าไหมนะเกมนี้
ช่วงทดเวลานาทีสุดท้ายเชลซีมีโอกาสที่จะทำประตูชัยได้จากลูกฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้น แต่ดร็อกบากลับหวดโด่งไปไกล ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องไปลุ้นกันต่อแบบยาวๆ
ช่วงต่อเวลาพิเศษ
ดราม่า!แทลงสาบทำเสียจุดโทษ-เช็กเซฟได้
นาทีที่ 93 นี่มันดราม่าชัดๆ เพราะดร็อกบาที่เป็นคนทำประตูตีเสมอให้ทีมมีจนมีลุ้นในช่วงต่อเวลา กลับไปทำเสียจุดโทษจากจังหวะที่ลงไปช่วยเกมรับแล้วเตะขาริเบรี่เข้าอย่างจัง แต่กลับกลายเป็นว่าร็อบเบนที่รับหน้าที่สังหารซัดไปติดเซฟของเช็กเข้าซะงั้น มันช่างบีบหัวใจคนดูจริงๆ
กลายเป็นข่าวร้ายซ้ำสองของบาเยิร์น เมื่อริเบรี่ที่โดนเตะไปดันเจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ได้ ทำให้ต้องส่งโอลิชลงไปเล่นแทน
เกมยังบีบหัวใจตลอด
ช่วงเวลาที่เหลือในการเล่นต่อเวลาครึ่งแรกทั้งสองทีมยังคงทำเกมบุกใส่กันแบบไม่มีหยุด แต่เกมรับก็เหนียวแน่นไม่คลายด้วย ทำให้ไม่มีการทำประตูกันได้และต้องไปลุ้นอีก 15 นาทีที่เหลือว่าจะได้ดวลจุดโทษหรือไม่
พลาดไปเลย!ฟาน บุยเต็นเข้าไม่ถึงบอล
นาทีที่ 108 นี่น่าจะเป็นประตูชัยของบาเยิร์นสุดๆ เพราะจังหวะที่พวกเขาเล่นต่อแม้ว่าดร็อกบานอนเจ็บอยู่นั้นบอลโยนลึกเข้าไปให้กับโอลิชทางด้านซ้าย ก่อนที่จะแปแบบเน้นๆเข้ากลาง หมายให้ฟาน บุยเต็นเข้าฮอส แต่เหมือนจะออกตัวไม่ตรงจังหวะ ทุกอย่างเลยสายไป น่าเสียดายแท้เหลา
จบ 120 นาทีไม่มีการทำประตูกันเกิดขึ้นอีก ทำให้ต้องไปวัดกันที่การดวลจุดโทษ ลุ้นกันแบบเต็มสูบเต็มสุดไปเลยในเกมนี้
ดวลจุดโทษ
บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (ลาห์มยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (มาต้าพลาด)
บาเยิร์น มิวนิค 2 - 0 เชลซี (โกเมซยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 2 - 1 เชลซี (ลูอีซยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 1 เชลซี (นอยเออร์ยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (แลมพาร์ดยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (โอลิชยิงพลาด)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (โคลยิงเข้า)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (ชไวน์สไตเกอร์ยิงพลาด)
บาเยิร์น มิวนิค 3 - 4 เชลซี (ดร็อกบายิงเข้า)
ผลเชลซีสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคในการดวลจุดโทษไป 4-3 คว้าแชมป์ไปแบบสุดอลังเลยในฤดูกาลนี้
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์, อนาโตลี ทีโมชุค, เจอโรม บัวเต็ง, ดิเอโก้ คอนเทนโต้, ฟิลลิป ลาห์ม, โทนี่ โครส, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟร็องค์ ริเบรี่, อาร์เยน ร็อบเบน, มาริโอ โกเมซ, โธมัส มุลเลอร์
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง :
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลูอีซ, แกรี่ เคฮิลล์, แอชลี่ย์ โคล, โจเซ่ โบซิงวา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น โอบี มิเกล, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ซาโลมอง กาลู, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ฆวน มาต้า
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง :
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=603011
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น