ยินดีต้อนรับ
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสโมสร
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
1. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพ และลดความเครียดจากการทำงาน
2. เพื่อเป็นการตอบสนองสมาชิกที่อยากเล่นบอล แต่ไปขอใครเล่นเขา
ก็ไม่ให่เล่น จึงคิดตั้งสโมสรขึ้นมาเล่นเอง ฮิฮิ
3. เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกันที่อื่น
4. วัตถุประสงค์สุดท้ายคือ หาเรื่องไปหาอารัยกินกัน
วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
Exclusive : แชมป์ที่รอคอย!โหมโรงพี่เสือฟัดสิงห์ชิง"บิ๊กเอียร์"
เตรียมตัวเฝ้าหน้าจอรอชมให้ดีหลัง"เสือใต้"บาเยิร์น มิวนิคโคจรมาพบกับ"สิงห์บลูส์"เชลซีเพื่อช่วงชิงถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกประกาศศักดิ์ดาเป็นจ้าวยุโรปในวันเสาร์เวลา 1.45 น.นี้ แต่ก่อนจะถึงเกมนี้ Soccersuck ได้นำเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมารวบรวมให้อ่านกันเช่นเคย
บาเยิร์น มิวนิค
เรื่องราวที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการผ่านเอฟซี ซูริคมาได้ในการเพลย์ออฟ ก่อนจะต้องมาเจอกับกรุ๊ปสุดหินในรอบแบ่งกลุ่มโดยต้องอยูร่วมสายเดียวกับนาโปลี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้และบีญาร์เรอัลแต่ก็พิสูจน์ความสามารถพวกเขาให้เห็นกันโดยผ่านมาได้แบบที่แพ้ไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น
"เสือใต้"เข้าสู่รอบน็อคเอาท์จับสลากมาเจอกับบาเซิ่ลและโอลิมปิค ลียงก่อนจะเข้าสู่รอบรองฯมาพบเรอัล มาดริดและเอาชนะไปในการดวลจุดโทษตบเท้าสู่รอบชิงฯ อย่างไรก็ตามผลงานในลีกพวกเขาถือว่าไม่สดใสนักเพราะจบซีซั่นโดยที่ตามหลังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แชมป์ลีก 8 แต้มและเจอ"เสือเหลือง"ย้ำแค้นให้อีกในเกมเดเอฟเบ โพคาลที่บาเยิร์นพ่าย 5-2 เป็นแค่รองแชมป์อีกครั้ง แต่ทุกสิ่งจะเลือนหายไปหากทำฝันคว้าแชมป์ UCL สมัย 5 ให้เป็นจริงในวันเสาร์นี้
เส้นทางสู่รอบชิง
รอบเพลย์-ออฟ :พบเอฟซี ซูริค ชนะ 2-0(เหย้า) ; ชนะ 1-0(เยือน)
รอบแบ่งกลุ่ม : จบด้วยการเป็นจ่าฝูงและไม่แพ้เกมในบ้านเลยพร้อมเขี่ยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตกรอบ
รอบ 16 ทีม : พบบาเซิ่ล แพ้ 0-1(เยือน) ; ชนะ 7-0(เหย้า)
รอบก่อนรองชนะเลิศ : พบมาร์กเซย ชนะ 2-0(เยือน) ; ชนะ 2-0(เหย้า)
รอบรองชนะเลิศ : พบเรอัล มาดริด ชนะ 2-1(เหย้า) ; แพ้ 1-2(เยือน) ชนะในการดวลจุดโทษ 3-1
ดาวยิงประจำทีม
ไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นคือมาริโอ โกเมซที่ยิงไปแล้ว 12 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ โดยเขายังมีลุ่นคว้ารางวัลดาวซัลโวอยู่โดยตามหลังลิโอเนล เมสซี่อยู่ 2 ประตูด้วยกัน แต่ตัวเขาเองก็ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าไม่คิดจะไปเทียบกับเมสซี่อยู่แล้ว และยกความดีความชอบที่ทำประตูได้มากมายให้กับเพื่อนร่วมทีม
ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ
การขาดหายไปของบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ทำให้โทนรี่ โครสต้องเข้ามารับหน้าที่แทนในแดงกลางและก็โชว์ผลงานได้อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมรอบน็อคเอาท์ การยิงอันทรงพลังของเขาทำให้มีชื่อเป็นผู้ทำประตูไปแล้วสองหน นอกจากนี้ด้วยวิสัยทัศน์ในการจ่ายที่ยอดเยี่ยมทำให้ยังเป็นตัวออกบอลชั้นดีให้กับเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย
สถิติในเกมรอบชิง UCL
ลงสนาม 8 เกม ชนะ 4 แพ้ 4
เกมล่าสุด : พบกับอินเตอร์ มิลานในปี 2009/10 (แพ้ 0-2)
บาเยิร์น ปะทะ ทีมจากอังกฤษ
ฤดูกาลนี้พวกเขาพบทีมจากอังกฤษไปแล้วนั่นคือแมนฯ ซิตี้ในเกมรอบแบ่งกลุ่มโดย"เสือใต้"เอาชนะ"เรือใบสีฟ้า"ที่บ้านไป 2-0 และแพ้ 2-0 เมื่อไปเยือนที่เมืองผู้ดี รวมทั้งหมดบาเยิร์นเคยพบกับทีมจากอังกฤษไป 35 เกมโดยชนะ 13 เสมอ 12 และแพ้ 10 เกม ยิงประตูได้ทั้งหมด 51 ลูกเสียไป 43 ประตู
เชลซี
เรื่องราวที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้
ถือเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับ"สิงโตน้ำเงินคราม" หลุดจากวงโคจรลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและมาแยกทางกับอันเดร วิลลาส โบอาสภายหลังจากแพ้นาโปลีในเกม UCL รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกและแพ้เวสบรอมวิช 1-0 ในลีก อย่างไรก็ตามนั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนของพวกเขาก็ว่าได้
ผลลัพธ์เหล่านั้นทำให้พวกเขาตั้งโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอขึ้นมาเป็นกุนซือขัดตาทัพและแม้จะเริ่มต้นซีซั่นด้วยความหม่นหมองแต่พวกเขาก็จบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับ 6 ในลีก ปราบลิเวอร์พูลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพมาได้และก้าวผ่านบาร์เซโลน่าในรอบรองฯจนเข้ามาถึงรอบชิงแชมเปี้ยนส์ลีกนี้
เส้นทางสู่รอบชิง
รอบแบ่งกลุ่ม : จบด้วยการเป็นจ่าฝูงและไม่แพ้เกมในบ้านเลยพร้อมเขี่ยบาเลนเซียตกรอบ
รอบ 16 ทีม : พบนาโปลี แพ้ 1-3(เยือน) ; ต่อเวลาพิเศษชนะ 4-1(เหย้า)
รอบก่อนรองชนะเลิศ : พบเบนฟิก้า ชนะ 1-0(เยือน) ; ชนะ 2-1(เหย้า)
รอบรองชนะเลิศ : พบบาร์เซโลน่า ชนะ 1-0(เหย้า) ; เสมอ 2-2(เยือน)
ดาวยิงประจำทีม
5 ประตูของดิดิเย่ร์ ดร็อกบาดูเหมือนจะไม่มากมายนักแต่ก็เป็นประตูที่ได้มาจากการลงสนามเป็นตัวจริงเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น นอกจากนี้แล้วเขาก็มักทำประตูได้ในช่วงสำคัญไม่ว่าจะเป็นยิง 2 ลูกใส่บาเลนเซียในเกมที่ชนะ 3-0 เบิกร่องประตูแรกในเกมนัดสองกับนาโปลีรอบ 16 ทีมและเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะบาร์เซโลน่าในเกมรอบรองฯนัดแรก
ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ
หลายฝ่ายมักพูดถึงเหล่านักเตะขิงแก่ของเชลซีอย่างแฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น เทอร์รี่และดร็อกบากับการทุ่มเทของพวกเขาที่ใำห้"สิงห์บลูส์"กลับมาได้ แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับเหล่านักเตะวัยหนุ่มของทีมอย่างดาวิด ลูอิชและรามิเรสด้วยเช่นกัน โดยรายแรกกำลังเรียกความฟิตเพื่อมาคุมแนวรับแทนเทอร์รี่ที่ติดโทษแบนให้ทัน ส่วนรายหลังน่าเสียดายที่จะไม่ได้เห็นฝีเท้าเขาในเกมรอบชิงฯเพราะติดโทษแบน
สถิติในเกมรอบชิง UCL
ลงสนาม 1 เกม ชนะ - แพ้ 1
เกมล่าสุด : พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อปี 2007/08 (เสมอ 120 นาทีที่ 1-1 ก่อนจะแพ้ในการดวลจุดโทษ 5-6)
เชลซี ปะทะ ทีมจากเยอรมนี
"สิงห์บลูส์"เจอกับทีมจากเยอรมนีในฤดูกาลนี้มาแล้วเช่นเดียวกัน เป็นเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่เอาชนะเลเวอร์คูเซ่นไป 2-0 แต่เมื่อไปเยือน"ห้างยา"พวกเขาก็ต้องพ่ายให้ 2-1 รวม 13 เกมกับทีมจากเมืองเบียร์เอาชนะไปได้ 7 และแพ้ 4 โดยเกมที่พวกเขาแพ้นั้นทุกเกมเกิดขึ้นในการไปเยือนที่เยอรมนี
การพบกันก่อนหน้านี้ของทั้งสองทีม
ทั้งสองทีมเคยพบกันมาในแชมเปี้ยนส์ลีกเพียงแค่ครั่งเดียวเท่านั้น เกิดขึ้นในฤดูกาล 2004/05 เกมรอบก่อนรองชนะเลิศโดยเป็นทีมดังจากลอนดอนที่เอาชนะในนัดแรกไปก่อน 4-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อกลับไปเล่นกันที่บ้านของบาเยิร์นก็กลายเป็นสโมสรจากแคว้นบาวาเรียที่เอาชนะไปได้ 4-3 แต่ก็ไม่เพียงพอประตูรวมพวกเขายังแพ้ 5-6 ทำให้เชลซีเป็นผู้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป
ท้ายที่สุดแล้วแชมป์บิ๊กเอียร์ในซีซั่นนี้ก็ต้องตัดสินกันในสนามอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าและไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนที่ได้แชมป์มาครองก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าครับ
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=602349
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น